วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

7 เคล็ดลับ ลดน้ำหนักให้สวยปิ๊ง..





     สาวๆ ที่กำลังเริ่มจะลดน้ำหนัก วันนี้ถือว่าเป็นโชคดีของคุณแล้วค่ะ  เพราะเรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝากเกี่ยวกับการลดน้ำหนักยังไงให้ได้ผลโดยที่ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ แถมยังได้กินในสิ่งที่อยากกิน  เอาเป็นว่าที่เอามาแนะนำกันทำให้สาวๆ ไม่ต้องเครียดกับการลดน้ำหนักเลยล่ะ

1.  เล็มช็อคโกแลต  อ่านให้ดีๆ นะคะ เค้าให้แทะๆ เล็มๆ ไม่ได้ให้กินแทนข้าวนะคะ ที่เราสามารถแทะช็อคโกแลตได้อย่างสบายใจก็เพราะ ผลวิจัยจากแคลิฟอร์เนียพบว่ากลุ่มคนที่เล็มๆ ช็อคโกแลตแบบเล็กๆ น้อยๆ ทุกวันมีหุ่นเพรียวลมกว่าคนที่กินช็อคโกแลตแบบจัดหนักแต่นานๆ ครั้ง

2.  จิบไวน์  ผลการวิจัยบอกว่า  ผู้หญิงที่ดื่มไวน์แดง 1-2 แก้วต่อวัน  มีแนวโน้มว่าน้ำหนักเกินน้อยกว่าคนที่ไม่ดื่มถึง 30% และที่น่าสนใจคือ  ไวน์ช่วยลดโคเลสเตอรอลและความดันเลือดด้วย  สาวๆ ที่ดื่มแต่พอดีจะกินอาหารน้อยลง  เนื่องจากนางจะกินช้าลง และ รับรู้รสชาติของอาหารมากขึ้น

3.  ดมกลิ่นอโรม่า  กลิ่นหอมทำให้มนุษย์เรามีความอยากอาหารน้อยลงค่ะ  เมื่อถึงเวลาทานข้าวก็ทานได้น้อยลง  ลองหากลิ่นหอมแนวอโรมาเทอราพีมาสูตรดมให้ฉ่ำปอดก่อนเวลาทานข้าว  แล้วจะรู้สึกอิ่มไม่อยากทานไปเองค่ะ

4.  เคี้ยวเมล็ดกาแฟ  วิธีนี้ต้องอดทนกับความขมของกาแฟกันหน่อย  เพราะเค้าพบว่าการกินเมล็ดกาแฟเล่นๆ เหมือนขนมขบเคี้ยวนั้น   ทำให้น้ำหนักลดลงได้  เพราะมันจะชลอการดูดซึมไขมัน และน้ำตาลกลูโคสในกระเพราะอาหาร ใครอยากลองเค้าแนะนำให้เคี้ยววันละสองเม็ดค่ะ

5.  ถือขวดน้ำออกกำลังกาย  การศึกษาของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด พบว่า  การรักษาอุณหภูมิที่มือเราให้เย็นขณะออกกำลังกาย  จะช่วยให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น  ผลลัพธ์คือ น้ำหนักก็จะลดลงอย่างรวดเร็วขึ้นไป  Exercise ครั้งต่อไปก็อย่าลืมพกขวดน้ำเย็นไปด้วยนะคะ

6.  ไม่ต้องเข้าฟิตเนสทุกวัน  ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า การออกกำลังกายทุกวันส่งผลร้ายต่อเป้าหมายของผู้เล่นมากกว่าผลดี  การจัดตารางเวลาแบบต้องฟิตทุกวันจะทำให้เหนื่อยล้า  แนะนำให้ออกกำลังกายสักสองวันต่อสัปดาห์  ไม่ต้องเข้ายิมสัก 2 วันต่อสัปดาห์ หรือพักไปเลยอาทิตย์หนึ่ง  พอกลับมาออกกำลังกาย  จะเกิดแรงฮึดอยากจะฟิตมากขึ้นแบบบอกไม่ถูก

7.  พกเพื่อนไปฟิตเนส  มหาวิทยาลัยบราวน์  ทำการทดลองมาแล้วว่า  คนที่มีเพื่อนไปออกกำลังกายด้วยกัน หรือ เลือกเล่นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม  จะลดน้ำหนักได้เร็วกว่าคนที่ไปคนเดียวตามลำพัง  แน่ละว่าออกกำลังกายกันเป็นกลุ่ม สนุกกว่าออกกำลังกายคนเดียวเป็นไหนๆ  น้ำหนักจะไม่ลดได้ไง

      รู้ทั้ง 7 เคล็ดลับช่วยให้การลดหุ่นได้ผลเร็วขึ้นแล้ว  ก็อย่าลืมเอาไปปฏิบัติตามกันด้วยนะคะ  ได้ผลยังไงแล้วอย่าลืมกระซิบบอกต่อๆ กันด้วยนะคะ ..


ขอบคุณที่มา. นิตยสาร SPICY
ภาพจาก. อินเทอร์เนต  


กินน้อยแล้ว แต่ทำไมน้ำหนัก ยังไม่ลง!?





     เรื่องนี้เป็นปัญหาหนักอกหนักใจสาวๆ เป็นอย่างมากจนอยากจะเลิกอด แต่ก่อนที่จะเลิกล้มความตั้งใจ ลองมาสังเกตตัวเองให้ดีๆ กันก่อนค่ะว่า คุณกินน้อยจริงๆ หรือเปล่า?
     ไม่ใช่ว่าในมื้ออาหารอาจจะกินน้อย  แต่ไปกินจุบกินจิบตลอดทั้งวัน  กินแบบนี้แคลอรีก็เพิ่มขึ้นได้เหมือนกันค่ะ  แต่ถ้ากินน้อยจริงๆ อาจต้องสังเกตตัวเองเรื่องอื่นด้วย เช่น  รู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยง่าย  อืดอาดยืดยาด  อาจเป็นความผิดปกติของการทำงานของฮอร์โมนไทรอยด์  ซึ่งทำงานเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย  หรือประจำเดือนมาปกติทุกเดือนไหม  เพราะถ้ามาขาดๆ หายๆ หรือ  หายไปนานโดยที่ไม่ได้ท้อง  อาจเป็นความผิดปกติของฮอร์โมนเพศ
    

 ใครที่พบว่ากินน้อยแล้วน้ำหนักยังไม่ลงสักที  แนะนำให้ไปพบแพทย์โดยด่วนค่ะ  เพื่อที่จะได้ตรวจดูความผิดปกติอย่างละเอียด  หากเป็นอะไรจะได้รักษากันตั้งแต่เนิ่นๆ ค่ะ  


ขอบคุณข้อมูลจาก : นิตยสาร SPICY
ภาพจาก . อินเทอร์เนต

ดื่มน้ำหวานอย่างไร? ไม่ให้อ้วน







     ผู้หญิงบางคนเก็บปากเก็บคำไม่ยอมถูกไขมันรุกรามได้ตั้งนาน แต่กลับไม่ผอมเสียที เพราะขยันดื่มน้ำหวานวันละหลายแก้ว ถ้าคุณตัดใจจากน้ำหวานไม่ได้จริงๆ วิธีไดเอทต่อไปนี้น่าจะเหมาะกับผู้หญิงนักดื่มทุกคน

1.  ดื่มเฉพาะตอนเช้า  
      
ยกยอดมาดื่มตั้งแต่เช้าไปเลย  ถ้าคุณชอบน้ำหวาน  หรือน้ำผลไม้และกาแฟใส่ครีมข้นๆ เพราะร่างกายมีเวลาเผาผลาญพลังงานทั้งวัน วิตามิน จากน้ำผลไม้ยังจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นพร้อมจะทำงาน ส่วนกาแฟจะกระตุ้นระบบเผาผลาญให้เผาผลาญแคลอรีสม่ำเสมอไปตลอดวัน

2.  ดื่มด่ำทุกวัน

ไหนๆ ก็มีโอกาสได้ดื่มน้อยมากแล้ว  ทุกครั้งเพื่อให้สมองส่งสัญญาณไปที่ฮอร์โมนควบคุมความอยาก  เมื่อสมองพอใจแล้ว  ร่างกายจะเรียกร้องหาน้ำหวานน้อยลงเองโดยอัตโนมัติ

3.  น้ำเปล่าเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง

ถ้าจำเป็นต้องดื่มเพื่อสังคมในงานเลี้ยง  หรือเวลาสังสรรค์กับเพื่อน   อย่าดื่มรวดเดียวหมดแก้ว  แต่ควรจิบน้ำเปล่าสลับไปด้วย  หนึ่งเพื่อให้กระเพราะเต็มจนดื่มต่อไม่ลง และสอง เพื่อให้น้ำเปล่าช่วยล้างน้ำตาลในเลือด แล้วขับออกไปพร้อมปัสสาวะจะได้ไม่เกิดการสะสมไขมันโดยไม่จำเป็น

4.  เพิ่มสังกะสีดีต่อนักดริ๊งค์

วิธีที่จะได้รับแร่ธาตุสังกะสีที่ง่ายที่สุด คือ ไปหาเภสัชกร  ขอเกลื่อแร่แบบผงมาชงกินกับน้ำเปล่า  แต่ถ้าร้านเภสัชแถวบ้านคุณไม่มีขาย  ก็อาจจะใช้วิธีกินผลไม้ที่มีสังกะสีมากๆ  อย่างส้ม  แตงกวา  ใบสะระแหน่  มิ้นท์ จะช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า  ลดอาการหงุดหงิดก่อนมีประจำเดือนได้


ขอบคุณที่มา. นิตยสาร SPICY
ภาพจาก. อินเทอร์เนต


  

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

ใครอยากหุ่นสวย?... เปลือกแอปเปิ้ลช่วยคุณได้



ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบปอกเปลือกแอปเปิ้ลออกก่อนกินล่ะก็ บทความนี้อาจจะทำให้คุณต้องคิดดูใหม่อีกครั้ง 

                  เพราะคุณอาจไม่รู้ว่าเปลือกแอปเปิ้ลที่คุณทิ้งลงถังขยะมีประโยชน์มากกว่าที่คิด ซึ่งจะช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ

              โดยเปลือกของผลแอปเปิ้ลนั้นสามารถช่วยเผาผลาญแคลอรีส่วนเกินได้ 
แถมยังช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในกระแสเลือดและช่วยป้องกันอาการไขมันพอกตับซึ่งเกิดจากไขมันที่สะสมอยู่ในเซลล์ตับได้อีกด้วย

              จากผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยไอโอวา โดยการแบ่งกลุ่มหนูทดลองให้กินอาหารที่ต่างกัน พบว่า 
หนูทดลองที่ทานแต่อาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน ซึ่งได้รับกรดเออร์โซลิกที่พบในเปลือกแอปเปิ้ลเข้าไปด้วย มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นน้อยกว่าหนูที่ทานแต่อาหารประเภทไขมันอย่างเดียวอย่างเห็นได้ชัด

              ทั้งนี้ ดร. คริสโตเฟอร์ อดัม หนึ่งในผู้ร่วมโครงการได้อธิบายเหตุผลที่ทำให้เปลือกแอปเปิ้ลสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ว่า 
เป็นเพราะกรดเออร์โซลิกจะช่วยเร่งการเติบโตของกล้ามเนื้อและไขมันสีน้ำตาลได้ ซึ่งทั้งคู่เป็นสิ่งที่ช่วยในการเผลาผลาญแคลอรีในร่างกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง จึงทำให้น้ำหนักของหนูลดลงตามไปด้วย 

              รู้อย่างนี้แล้ว ทานแอปเปิ้ลคราวหน้าก็อย่าปอกเปลือกทิ้ง แล้วกินให้อร่อยทั้งผลเพื่อสุขภาพของตัวเองดีกว่านะคะ อย่างไรก็ตาม ก็อย่ากินเพลินจนลืมล้างให้สะอาดก่อนทานด้วยล่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก. http://woman.teenee.com/beautyshape/2914.html

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

ยา…อันตราย ถ้าใช้ไม่เป็น?


จริงอยู่ที่ยาเป็นสิ่งดีมีคุณอนันต์ แต่ขณะเดียวกันก็มีโทษมหันต์ ถ้าใช้ไม่เป็น โดยความเข้าใจของคนส่วนใหญ่มักนึกว่า "ยา" คือสิ่งที่ใช้บรรเทาหรือรักษาให้เราหายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่งจะมีโทษมหันต์ได้อย่างไร แต่แท้จริงแล้วยาเปรียบเสมือนดาบสองคม หากรู้จักใช้อย่างถูกต้องก็จะเป็นประโยชน์ สามารถนำไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายของคนเราได้ ช่วยให้มนุษย์มีชีวิตยืนยาวขึ้น เจ็บปวดน้อยลง แต่ถ้าใช้ยาไม่ถูกต้องหรือถูกวิธี นอกจากจะทำให้ไม่หายจากโรคแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ดูสักนิดก่อนใช้ยา
ก่อนที่จะหยิบหยูกยามาใช้ คุณควรระมัดระวังสักนิด โดยต้องศึกษาวิธีการใช้ยาอย่างละเอียด อ่านคำเตือน และข้อควรระวังก่อนใช้ยานั้นๆ และเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษานั่นเอง
ก่อนกินยาทุกครั้งต้องดูให้แน่ใจว่ายานั้นต้องกินก่อนหรือหลังอาหารหรือพร้อมอาหาร ในขนาดหรือปริมาณเท่าไร ยาก่อนอาหารควรกินก่อนอาหาร ประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ส่วนยาหลังอาหารส่วนมากกินหลังอาหารหนึ่งชั่วโมง แต่บางชนิดจะระบุให้กินหลังอาหารทันที จึงต้องแน่ใจว่ายานั้นๆ ใช้อย่างไร นอกจากนี้การกินยาควรกินกับน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่น ไม่ควรกินกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ไม่ควรกินยากับน้ำชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้เช่นกัน
ยากับลูกน้อย
การใช้ยาที่ควรระวังเป็นพิเศษก็คือการใช้ยาในเด็ก ต้องแน่ใจว่ายาที่ได้มานั้นสำหรับเด็กเท่านั้น และการใช้ยาจะต้องถามแพทย์หรือเภสัชกรให้แน่ใจ หรือดูฉลากยาให้ละเอียดด้วยว่าเด็กมีน้ำหนักตัวเท่าไร ถ้าเด็กตัวเล็กน้ำหนักน้อยยาบางชนิดจะระบุให้ใช้ในปริมาณที่ต่ำกว่าเด็กที่มีน้ำหนักตัวมากกว่า แม้ว่าจะอายุเท่ากันก็ตาม เช่น การใช้ยาลดไข้ พาราเซทตามอลกับเด็ก ถ้ารับประทานเกินขนาด อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
เก็บ "ยา" ให้เป็น
สำหรับการเก็บรักษายา ควรเก็บไว้บนที่สูงที่เด็กเอื้อมไม่ถึง อย่าปล่อยให้ยาโดนแสงแดด หรือความชื้น หรือเก็บไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง เพราจะทำให้ยาเสื่อมคุณภาพเร็วกว่ากำหนด เมื่อเปิดใช้ยาแล้วควรปิดฝาให้สนิทป้องกันฝุ่น แมลง หรือความชื้นเข้า ไม่ควรเก็บยาหลายๆ ชนิดไว้ในขวดเดียวกัน เพราะอาจทำให้ยาเสียได้ ไม่ควรเก็บยาไว้นานๆ ต้องดูวันหมดอายุของยา อย่าเผลอกินยาที่หมดอายุแล้ว เพราะอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน
นอกจากนี้ แม้ยาบางชนิดจะไม่ระบุวันหมดอายุไว้ที่แผงยา หรือบรรจุภัณฑ์ แต่โดยทั่วไปสภาพของยาจะมีอายุอยู่ได้นานเป็นเวลาประมาณ 2-3 ปี หลังจากวันที่ผลิต แต่ยาบางชนิดเมื่อเปิดใช้แล้วก็อาจมีอายุการใช้สั้น เช่น ยาหยอดตา ซึ่งจะมีอายุหลังเปิดใช้เพียง 1 เดือนเท่านั้น หรือยาปฏิชีวนะที่ต้องผสมน้ำสำหรับให้เด็กรับประทาน หลังจากผสมน้ำแล้วยาตัวนั้นจะมีอายุอยู่ได้เพียง 7 วัน หมายความว่าหลังจาก 7 วันแล้วไม่ควรนำยานั้นมาใช้อีกต่อไป
ใช้ให้ถูก
วิธีการใช้ยาแต่ละชนิดเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องทราบและใช้ให้ถูกวิธีดังกล่าวแล้ว ตัวอย่างการใช้ยาให้ถูกวิธี เช่น การกินยาฆ่าเชื้อราที่ผิวหนัง หากเป็นชนิดรับประทานวันละ 1 เม็ด ควรรับประทานเวลาเช้า เพื่อให้ยาสามารถซึมออกมากับเหงื่อช่วงที่ร่างกายเราเคลื่อนไหวในเวลากลางวัน หรืออย่างแคลเซียมคาร์บอเนต ก็ต้องรับประทานหลังอาหารเพราะตัวยาจะถูกดูดซึมได้ดีเมื่อกระเพาะมีการหลั่งกรดออกมามาก หรืออย่างยาระบายไม่ควรกินร่วมกับนม เพราะอาจทำให้เกิดอาการคลื่นเหียน อาเจียน ท้องเสียได้ ส่วนยาประเภทซัลฟาให้กินหลังอาหารและดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อป้องกันมิให้ยาตกตะกอน ซึ่งอาจมีส่วนทำให้เป็นนิ่วที่ไตได้ในภายหลัง เป็นต้น และเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองในการไปพบแพทย์ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยว่าขณะนี้คุณกำลังกินยาอะไรอยู่บ้าง ถ้าจำไม่ได้ ให้นำยาทั้งหมดไปให้แพทย์ดูด้วย เพื่อที่แพทย์จะได้สั่งยาไม่ซ้ำหรือยาที่ไม่มีปฏิกิริยาต่อกันและอย่าลืมแจ้งด้วยว่าคุณแพ้ยาอะไร ตลอดจนควรบอกให้แพทย์ทราบว่าคุณมีโรคประจำตัวหรือกำลังป่วยด้วยโรคอะไร เช่น โรคตับ โรคไต โรคกระเพาะอาหาร หรือกำลังตั้งครรภ์ เพื่อที่แพทย์จะได้เลี่ยงการจ่ายยาที่เป็นอันตรายกับโรคที่คุณเป็นอยู่นั้น
ก่อนจะใช้ยา ให้คุณคิดถึงหลักเกณฑ์ ถูกต้อง ถูกวิธี ถูกเวลา ถูกเงื่อนไข ถูกขนาด และถูกกับโรค จึงจะสัมฤทธิ์ผล และมีประสิทธิภาพต่อการรักษาโรคอย่างแท้จริงและมีความปลอดภัย

ขอบคุณข้อมูลจาก....
http://women.sanook.com